ทำไมจึงต้องเรียนรู้ตั้งแต่อายุยังน้อย?

ทำไมจึงต้องเรียนรู้ตั้งแต่อายุยังน้อย?

earlylearning

มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับหัวข้อการเรียนรู้ของเด็กในการศึกษาขั้นปฐมวัยที่อาจจะทำให้ผู้ปกครองรู้สึกประหลาดใจ จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า เด็กเล็กมีความสามารถในการเรียนรู้ผ่านทางประสาทสัมผัสทั้งหมด ยิ่งเราสามารถกระตุ้นการเรียนรู้ให้เด็กมากขึ้นเท่าใด ก็จะทำให้พวกเขามีการพัฒนาทางสมองได้มากขึ้นเท่านั้น และความสามารถในการเรียนรู้นี้จะเริ่มชะลอตัวลงเมื่อเด็กมีอายุ 4 ปี

“เด็กเล็กสามารถบวกเลขได้ก่อนที่พวกเขาจะนับเลขได้ พวกเขาสามารถเข้าใจคำต่างๆ ได้เป็นร้อยคำก่อนที่พวกเขาจะพูดได้ และเมื่อมีอายุเพียง 3 เดือน ความสามารถในการจำก็มีมากกว่าที่เราเคยคิดไว้มาก”

Life Magazine


นี่คือเหตุผล 5 ช้อที่ว่าทำไมการเรียนที่โรงเรียนเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอต่อการพัฒนาทักษะต่างๆ ของเด็ก

กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว!

baby

การพัฒนาสมอง:

  • เมื่อลูกอายุได้แปดเดือน สมองของลูกจะมีการเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทมากถึงหนึ่งพันล้านล้านเซลล์ และเมื่ออายุ 10 ปี การเชื่อมโยงของเส้นประสาทจะลดลงเหลือเพียง 500 ล้านล้านเซลล์ หรือน้อยกว่านั้น
  • ประสบการณ์เริ่มแรกมีผลกระทบต้อจำนวนการเชื่อมโยงเซลล์ประสาท
  • สมองของเราทำงานโดย “เราใช้งานมัน หรือเราปล่อยมันสูญเสียไป”

การเรียนรู้ภาษา

“ทารกแรกเกิดจนถึง 4 เดือน เปรียบเสมือน “นักภาษาศาสตร์” ที่สามารถเรียนรู้เสียงต่างๆ ได้ถึง 150 เสียง เพื่อสร้างเป็นภาษาต่างๆ ในโลก”

Babies Are Smarter Than You Think – LIFE magazine

“วัยเด็กจะมีพลังในการเรียนรู้ภาษาที่ยอดเยี่ยม พวกเขาเรียนรู้ได้หลายๆ ภาษาตามที่คุณเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้”

Dr. Susan Curtiss, Professor of Linguistics, UCLA

early

  • ขั้นที่1 ตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ขวบ : เด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
  • ขั้นที่ 2 ตั้งแต่ 4 ขวบถึง 8 ปี : เด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้ 30 เปอร์เซ็นต์
  • ขั้นที่ 3 ตั้งแต่ 8 ปีถึง 18 ปี : เด็กจะมีความสามารถในการเรียนรู้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์
  • ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเรียนรู้ในภายหลังเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้

 

นิสัยรักการอ่านเป็นสิ่งสำคัญ

ประโยชน์ 8 ประการที่ลูกจะได้ เมื่อคุณพ่อคุณแม่อ่านหนังสือให้พวกเขาฟัง

  1. เป็นส่วนสำคัญที่จะสอนให้เด็กรู้จักการอ่าน
  2. ช่วยพัฒนาการพูด และการใช้ภาษา
  3. . สอนให้เด็กเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ และการอ่านออกเสียงที่ถูกต้อง
  4. พัฒนาทักษะการฟัง การมีสมาธิ และกระตุ้นความสนใจ
  5. สร้างจินตนาการให้เด็กอยากเรียนรู้
  6. พัฒนาความสามารถในการพูดและเขียน
  7. เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเด็กสำหรับการเรียนรู้ในโรงเรียน
  8. เป็นการสานต่อประสบการณ์การเรียนและเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์

สิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้คือ :

“สิ่งสำคัญที่สุดที่พ่อแม่สามารถทำได้ก็คือ พูดคุยและอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ในวัยทารกและก่อนวัยเรียน
และจำเป็นต้องให้ประสบการณ์ในด้านภาษาและการอ่านแก่เด็กๆ”

Dr. Reid Lyon, National Institute of Child Health and Human Development

 

เวลาเล่นสามารถเป็นเวลาแห่งการเรียนรู้!

t3_tw

  • หากลูกคุณเข้าโรงเรียนอนุบาลเมื่ออายุสี่ขวบ แสดงว่าลูกของคุณได้ใช้เวลาอยู่กับคุณที่บ้านไม่นับเวลานอนถึง 17,500 ชั่วโมง ใช่หรือไ
    [4ปี x 365 วัน x 12 ชั่วโมง = 17,520]
  • เมื่อลูกของคุณเข้าโรงเรียน ในหนึ่งปีลูกจะใช้เวลาอยู่ที่บ้านถึงห้าเดือน
  • โดยเฉลี่ยเด็กแต่ละคนจะได้รับความสนใจจากครูประมาณ 11 นาทีต่อวันในการเรียนการสอนปกติ
    [40 นาที X นักเรียน 30 คน x 8 คาบเรียน = 10.6 นาที]

เด็กๆ ต้องการช่วงเวลาสำหรับปรับความสมดุลทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ให้เหมาะสม

  • การพัฒนาด้านกายภาพจะต้องได้รับการใส่ใจดูแลมากขึ้น ด้วยการออกกำลังกายที่เหมาะสม รวมถึงด้านโภชนาการและการดูแลสุขภาพ
  • ต้องมีการวางแผนพัฒนาด้านสติปัญญาให้มากขึ้นในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยเลือกสื่อการเรียนรู้ที่สามารถทำให้โทรทัศน์, คอมพิวเตอร์ และแม้กระทั่งการเล่นเป็นเวลาในการเรียนรู้
  • การพัฒนาทางอารมณ์มีการเชื่อมโยงไปยังผู้ปกครองที่ใช้เวลาร่วมกับเด็กๆ พ่อแม่ที่มีเวลาน้อยจึงต้องมีการวางแผน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

เด็กในวันนี้ แตกต่างจากวันก่อน

พวกเขาแตกต่างกันอย่างไร

พวกเขาฉลาดขึ้น จากผลคะแนนในการทดสอบที่เพิ่มขึ้น แสดงว่าเด็กๆ ในวันนี้ มีความเฉลียวฉลาดกว่าเด็กรุ่นก่อนๆ

Sam Goldstein, neuropsychologist from the University of Utah

พวกเขาสามารถทำอะไรได้หลากหลาย “สมองของเด็กอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถปรับตัวได้ดีและมีสมาธิที่ดีกว่าผู้ใหญ่”

USA Today

เด็กในวันนี้มีประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยีมากกว่าสมัยก่อน จากการวิจัยพบว่าสมองของเด็กสามารถปรับตัวต่อการใช้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว

Understanding Digital Kids,
Teaching & Learning in the New Digital Landscape by Ian Jukes

สิ่งเหล่านี้มีผลต่อคุณพ่อคุณแม่และครูอย่างไร?

  • ทุกวันนี้ เด็กๆ ต่างจากสมัยก่อน พวกเขามีความสนใจที่จะเรียนรู้เพียงระยะเวลาสั้นๆ
  • การสอนด้วยวิธีเดิมๆ อาจไม่ได้ผลอีกต่อไป
  • สื่อการเรียนการสอนที่นำมาใช้ จะต้องมีการโต้ตอบและสามารถดึงด฿ดความสนใจจากพวกเขาได้ดี

สื่อมัลติมีเดียเป็นสิ่งที่จำเป็น

สื่อโทรทัศน์นั้นดีสำหรับเด็กๆ “การวิเคราะห์แนวใหม่แนะนำว่า โปรแกรมการเรียนการสอนทางโทรทัศน์นั้น ทำให้เด็กๆ ได้รับความรู้อย่างกว้างขวาง และยังช่วยเพิ่มพูนจินตนาการอีกด้วย”

Pediatrics – Official Journal of the American Academy of Pediatrics

คอมพิวเตอร์ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน “คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่เราใช้สอนและเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากมัน”

Teaching and Learning with Technology: Learning Where to Look by Noah Kravitz

เด็กๆ ไม่เหมือนผู้ใหญ่ที่หวาดกลัวต่อเทคโนโลยี เด็กบางคนจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการอ่าน ขณะที่พิมพ์คำแต่ละคำ หรือจากการได้ยินประโยค ผู้ใหญ่จะต้องขจัดความหวาดกลัวต่อเทคโนโลยีนี้และใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้

Stevanne Auerbach, leading child development expert

 

ในแต่ละวันมีการแข่งขันที่สูงขึ้น!

ในแต่ละวันมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ปัจจุบัน ในแต่ละวันมีการแข่งขันที่สูงขึ้น

  • สำหรับการเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนที่ดีและมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง
  • สำหรับการศึกษาที่สูงขึ้น หรือการศึกษาต่อที่ต่างประเทศ
  • สำหรับการทำงาน, การทำธุรกิจและการประสบความสำเร็จในอาชีพ

กุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จคือ:

  • ทักษะในการทำงาน – ความรู้และทักษะในด้านต่างๆ
  • ทักษะในการวิเคราะห์ – จินตนาการ การคิดในเชิงสร้างสรรค์ การใช้เหตุผล การตัดสินใจ ฯลฯ
  • ทักษะทางสังคม – การปฏิสัมพันธ์ การสื่อสาร การจัดการและการโน้มนำผู้อื่น
  • ทัศนคติส่วนบุคคล – ความมีระเบียบความตั้งใจ ความทะเยอทะยาน การมองโลกในแง่ดี ฯลฯ
  • ค่านิยม – ความพร้อม ความซื่อสัตย์ การให้ความเคารพ ความอดทน ความเห็นอกเห็นใจ ฯลฯ

ทักษะต่างๆ ค่านิยมคุณธรรม ไม่ค่อยมีสอนอย่างเป็นทางการในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยมากนัก ลูกของคุณจึงต้องเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จากที่บ้าน